Issue 338 Cover Story
二十年,不止一面
专访泰国影视界代表性女演员 Taew Natapohn
17岁那年,Taew Natapohn第一次踏上中国的土地。彼时还在读中学的她,通过广告试镜获得赴中国拍摄牛奶广告的机会,也在片场与刘亦菲相遇。第一次出国工作,一切都新鲜而令人期待。团队清晰的工作安排、对她与母亲细致的照顾,以及与刘亦菲用英语交流的片刻,都留在了她的记忆里。那时,她尚未拥有广为人知的作品,也未曾预见此后的演艺道路。这段经历,却让中国成为她职业生涯起点上一个温暖的坐标。
多年之后,许多中国观众通过《名门绅士》认识了Taew。剧中的“Soifah”,让人们记住了这位泰国女演员,也延续了她与中国之间的缘分。从初次赴华拍摄广告,到作品跨越语言被更多人看见,时间为这份联系增添了新的意义。如今再次谈起当年的经历,她依然记得初到片场时的兴奋,也记得那些让一个年轻女孩感到被认真对待的细节。近二十年的演艺历程,就这样从一次充满好奇的尝试,慢慢展开。
在观众的记忆中,演员往往与某个角色紧紧相连。对于Taew而言,《名门绅士》与《三面娜迦》都是职业生涯中重要的作品,也分别带来了不同的挑战。为了走近《三面娜迦》中的人物,她学习泰国东北方言,了解当地文化与信仰,尝试理解角色所处的环境。从语言表达到情绪变化,每一个细节都需要在准备与拍摄中逐步体会。那些被观众记住的瞬间,背后是她对人物的反复揣摩,也是她走进另一种人生的过程。
对表演的探索,始终贯穿着Taew的成长。她曾跟随M.L. Pundhevanop Dhewakul导演学习,也在不同作品中积累经验,寻找进入人物内心的方式。演艺事业进入第二十个年头,她仍然愿意面对陌生的表达。最近与Netflix合作的剧集,就让她重新思考表演的节奏:更紧凑的叙事、更贴近现实的人物,要求演员理解那些没有被直接说出口的想法与情绪。多年经验给了她基础,新的作品也继续带来学习的机会。
镜头之外,Taew的生活同样有着丰富的面貌。大学时期的建筑学学习,让她与设计建立了联系,这份兴趣也在毕业后继续延伸。十年前,她开始参与运动服设计,将自己对美感与功能性的理解融入作品。表演需要理解人物,设计则需要考虑使用者的感受,两种工作都让她有机会把想法落实到具体细节中。设计为演员身份之外的她,保留了另一种表达方式,也让她持续接触不同领域的工作。
与餐饮事业的相遇,则源于拍摄《三面娜迦》期间的一次美食经历。来自泰国东北部的越南料理,后来被她带到了曼谷。从品尝食物到参与经营餐厅,兴趣逐渐变成需要认真对待的事业。站在镜头前,她思考如何让人物被理解;走进餐厅的日常,她也会关注顾客的用餐体验。从运动服到料理,这些尝试让人看见她对生活的好奇,也看见她愿意学习新事物、承担新责任的一面。
2025年,Taew步入婚姻,生活由此进入新的阶段。与伴侣共同经营日常,让她开始体会另一种节奏,也在事业、自我与家庭之间寻找适合自己的安排。与此同时,她对工作和休息的理解也在发生变化。过去,她习惯清晨五点或五点半起床,先运动,再赶往片场。随着时间推移,她逐渐意识到,身体的需要同样值得倾听。如果睡眠不足,就先保证休息,再调整运动计划。自律依然存在,只是多了一份对自己的体谅。
如今,她的日常仍有许多稳定的小习惯:早晨喝一杯黑咖啡,有空时读一章书,哪怕只有三四页;每周安排健身,也根据身体状态选择在家运动或阅读。她喜欢写东西,用笔记本记录想到的事情、待办事项与日程,把容易遗漏的细节安放在纸上。结束工作后,在家吃饭、看一会儿剧,再尽量按时入睡。这些朴素的片刻,构成了聚光灯之外的生活,也为忙碌的她留出整理思绪的空间。
近二十年的积累,让Taew拥有了被观众熟悉的角色,也让她更加了解自己的兴趣与需要。她期待新作品被看见,期待其中关于泰国文化与信仰、家庭关系,以及人与自我关系的表达,能够抵达更多观众。她也珍惜中国观众长久以来的关注,希望这份联系随着作品继续延续。回望过去,她记得重要的相遇;谈及现在,她关心如何把工作做好,也把生活过得充实。
本期《@ManGu曼谷杂志》,我们与Taew聊起17岁那年的中国之行,聊那些被观众记住的角色,也聊设计、美食、婚姻与日常。在她的讲述里,近二十年的时光有了具体的形状:是片场中的学习,是面对新角色时的投入,也是生活里细微的调整。循着这些故事,我们走近今天的Taew,看见她的不同面貌,也看见她如何带着经验与好奇,继续迎接人生的下一段旅程。

ManGu:ผู้ชมชาวจีนจำนวนมากรู้จักคุณแต้วจาก «สุภาพบุรุษจุฑาเทพ» แต่ความผูกพันกับจีนเริ่มต้นก่อนหน้านั้น จากการไปถ่ายโฆษณาใช่ไหมคะ?
ManGu:很多中国观众通过《名门绅士》认识你,但你与中国的缘分其实更早就开始了,是从一次广告拍摄开始的,对吗?
Taew Natapohn: ใช่ค่ะ ตอนนั้นยังเรียนมัธยมอยู่ อายุประมาณ 17 ปี และเริ่มแคสต์โฆษณา ตอนแรกทราบเพียงว่าเป็นโฆษณานมจากจีน และต้องทำท่าเล่นไวโอลิน พอรู้ว่าจะได้ไปถ่ายที่จีนก็ตื่นเต้นมาก เพราะน่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานต่างประเทศค่ะ
Taew Natapohn女士:是的。那时我还在读中学,大概17岁,开始参加广告试镜。当时只知道那是一支中国的牛奶广告,需要做出拉小提琴的动作。后来得知要去中国拍摄,我特别兴奋,因为那应该是我第一次出国工作。
ManGu:การทำงานที่ประเทศจีนครั้งนั้น มีอะไรที่ทำให้คุณประทับใจเป็นพิเศษคะ?
ManGu:那次在中国工作的经历,有哪些细节让你印象深刻?
Taew Natapohn:ประทับใจความเป็นระบบและความตรงต่อเวลาค่ะ ทุกอย่างมีตารางชัดเจน ทีมงานจีนดูแลแต้วกับคุณแม่ดีมาก ทั้งที่ตอนนั้นแต้วยังไม่มีผลงานและยังไม่เป็นที่รู้จัก การได้รับการดูแลอย่างดีขนาดนั้นทำให้รู้สึกประทับใจมากค่ะ
Taew Natapohn女士:团队的工作很有条理,也非常守时,每件事都有明确的安排。他们对我和妈妈照顾得很好。那时我还没有什么作品,也没有多少人认识我,能够得到这样细致的照顾,让我很感动。
ManGu:ครั้งนั้นคุณได้ร่วมงานกับหลิวอี้เฟยด้วย ยังจำบรรยากาศการทำงานร่วมกันได้ไหมคะ?
ManGu:那次你还与刘亦菲合作了,还记得与她一起工作的感觉吗?
Taew Natapohn:ตอนนั้นแต้วยังไม่ค่อยรู้จักนักแสดงจีน พอบอกคนรู้จักว่าจะได้ทำงานกับหลิวอี้เฟย ทุกคนก็บอกว่าเธอดังมาก และหลายคนเป็นแฟนของเธอ พอได้เจอจริง ๆ ก็รู้สึกว่าเธอน่ารักมาก จนแอบมองอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ เธอพูดคุยกับเราอย่างเป็นธรรมชาติ และมีความเป็นมืออาชีพมาก เราได้คุยกันเป็นภาษาอังกฤษบ้างด้วยค่ะ
Taew Natapohn女士:当时我对中国演员还不太熟悉。告诉身边的人我要和刘亦菲合作,大家都说她非常有名,很多人也是她的粉丝。真正见到她之后,我觉得她特别可爱,忍不住偷偷多看几眼。她很自然地和我们聊天,工作时也非常专业,我们还用英语交流过。
ManGu:หลังจากนั้น มีโอกาสไปทำงานที่จีนต่อไหมคะ?
ManGu:此后,有没有继续到中国工作的机会?
Taew Natapohn: มีคนติดต่อมาว่าสนใจไปทำงานที่จีนไหม และได้คุยกับคุณแม่ด้วยค่ะ แต่ตอนนั้นยังเรียนอยู่ และยังมีคำถามหลายอย่าง ทั้งเรื่องโอกาสในการทำงานและภาษา สุดท้ายจึงเลือกเรียนและทำงานที่ไทยเป็นหลักค่ะ
Taew Natapohn女士:有人联系过我,问我是否有兴趣去中国工作,也和妈妈聊过。但当时我还在读书,对于工作机会、语言等方面仍有不少疑问,最后还是选择以在泰国学习和工作为主。
ManGu:นอกจากความผูกพันเรื่องงาน คุณมีเชื้อสายจีนด้วยใช่ไหมคะ? วัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลต่อคุณอย่างไรบ้าง?
ManGu:除了工作上的缘分,你也有华人血统,对吗?中华文化对你有哪些影响?
Taew Natapohn: แต้วมีเชื้อสายจีนจากทางคุณปู่ค่ะ สิ่งหนึ่งที่เห็นจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อ คือความตั้งใจจริงและความพยายามในทุกสิ่งที่ทำ ซึ่งกลายเป็นคุณค่าที่แต้วยึดถือในการใช้ชีวิตและทำงานมาตลอดค่ะ
Taew Natapohn女士:我有中国血统,是来自爷爷那一代的。其实,我从家庭,尤其是爸爸身上,学到了很重要的一点,就是无论做什么事情,都要认真对待、全力以赴。这也一直是我对待生活和工作的态度。
ManGu:ที่บ้านยังรักษาเทศกาลหรือธรรมเนียมจีนอยู่ไหมคะ?
ManGu:家里现在还保留着中国节日或传统习俗吗?
Taew Natapohn:ไม่ได้เคร่งมากค่ะ เมื่อก่อนคุณย่าจะเป็นคนเตรียมเรื่องต่าง ๆ เช่น ช่วงตรุษจีน แต่ตอนนี้คุณย่าอายุมากแล้ว ในชีวิตประจำวันจึงมีพิธีและธรรมเนียมแบบไทยมากกว่าค่ะ
Taew Natapohn女士:并没有特别严格地遵循。以前像春节这样的节日,主要由奶奶张罗。现在奶奶年纪大了,我们日常生活中接触得更多的,还是泰国的仪式和习俗。

ManGu:ย้อนกลับไปก่อนการถ่ายโฆษณาที่จีน คุณเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างไรคะ?
ManGu:回到赴中国拍摄之前,你最初是怎样进入演艺圈的?
Taew Natapohn:เริ่มแคสต์โฆษณาตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปีค่ะ แต่กว่าจะได้งานแรกก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งปี จำได้ว่าไปแคสต์ราว 30–40 ครั้ง งานแรกเป็นการถ่ายภาพนิ่งที่ทะเล มีภาพเล่นน้ำด้วย ตอนนั้นทุกอย่างเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเราค่ะ
Taew Natapohn女士:我大约15岁开始参加广告试镜,过了一年左右才拿到第一份工作,记得前后试了三四十次。第一份工作是在海边拍摄平面照片,其中还有玩水的画面。那时,一切对我来说都是全新的体验。
ManGu:ตอนนั้นคิดว่าจะเป็นนักแสดงอาชีพเลยไหมคะ? และแบ่งเวลาระหว่างเรียนกับงานอย่างไร?
ManGu:当时就决定成为职业演员了吗?又是怎样兼顾学习和工作的?
Taew Natapohn: ยังค่ะ ตอนนั้นมองว่าเป็นโอกาสให้ได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ และเป็นงานอดิเรกมากกว่า หน้าที่หลักยังเป็นนักเรียน ที่บ้านคุยกับแต้วเสมอว่าต้องรับผิดชอบเรื่องเรียน และต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ค่ะ
Taew Natapohn女士:还没有。当时我把它看作尝试新事物的机会,更像是一种兴趣。我的主要身份仍然是学生,家里也一直提醒我,要对学业负责,要考上大学。
ManGu:ทำไมจึงเลือกเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคะ?
ManGu:为什么会选择在朱拉隆功大学学习建筑?
Taew Natapohn:คุณแม่เป็นแรงบันดาลใจค่ะ แล้วเราก็รู้สึกว่าถ้าจะทำอาชีพอะไรสักอย่าง น่าจะเกี่ยวกับการออกแบบ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นว่าตัวเองน่าจะเรียนและทำงานได้อย่างมีความสุข เลยเลือกสถาปัตย์เป็นอันดับแรก ส่วนนิเทศศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่เป็นอันดับถัดมาค่ะ
Taew Natapohn女士:妈妈给了我很大的启发。我也觉得,如果未来要选择一份职业,应该会与设计有关,因为我能够想象自己在这个领域学习和工作,并且从中获得快乐。所以,我把建筑专业放在第一志愿,传媒相关专业也是选项之一,但排在后面。
ManGu:จุดไหนที่ทำให้คุณเริ่มมองการแสดงเป็นอาชีพอย่างจริงจังคะ?
ManGu:是什么让你开始真正把表演当作职业?
Taew Natapohn:น่าจะตั้งแต่เริ่มเล่นละครเรื่องแรกและเซ็นสัญญากับช่อง 3 ค่ะ หลังจากนั้นก็มีงานละครเข้ามาต่อเนื่อง พอได้เล่นละครหลังข่าว ซึ่งมีผู้ชมมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องจริงจังกับงานมากกว่าเดิม อีกจุดสำคัญคือการได้เรียนการแสดงกับหม่อมน้อย(ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ทำให้เข้าใจการแสดงมากขึ้น และเริ่มสนุกกับการเป็นนักแสดง พอรู้ตัวอีกทีก็ทำงานต่อเนื่องมา 20 ปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากค่ะ
Taew Natapohn女士:应该是从出演第一部电视剧、与泰国三台签约开始。之后陆续有电视剧的工作,等到出演晚间新闻后播出的剧集,观众更多了,我也意识到,必须更加认真地对待这份工作。另一个重要的转折,是跟随M.L. Pundhevanop Dhewakul导演学习表演。那段经历让我更深入地理解表演,也开始享受演员这份职业。回过头来看,已经持续工作二十年了,时间真的过得很快。
ManGu:ละครเรื่องแรกคือเรื่องอะไรคะ? และเริ่มต้นด้วยบทนำเลยหรือเปล่า?
ManGu:你的第一部电视剧是什么?一开始就饰演主要角色吗?
Taew Natapohn:เรื่องแรกชื่อ “น่ารัก” ค่ะ เป็นเรื่องราวของเด็กในโรงเรียนคอนแวนต์ มีเพื่อน ๆ ที่อายุใกล้เคียงกัน ตัวละครของแต้วชื่อ “น่ารัก” เหมือนชื่อเรื่อง และเป็นตัวละครหลักตั้งแต่เรื่องแรกค่ะ ส่วนละครหลังข่าวเรื่องแรกที่ได้เล่นคือ “ดงผู้ดี”ค่ะ
Taew Natapohn女士:第一部是《น่ารัก》,讲述教会学校里一群孩子的故事,合作的演员年龄都差不多。我饰演的角色也叫“น่ารัก”,与剧名一样,从第一部作品开始就是主要角色。而我出演的第一部在晚间新闻后播出的电视剧,是《ดงผู้ดี》。
ManGu:หากมองย้อนกลับไป ผลงานเรื่องไหนเป็นหมุดหมายสำคัญในอาชีพของคุณคะ?
ManGu:回顾演艺生涯,哪些作品是你心中的重要里程碑?
Taew Natapohn: ถ้าพูดถึงผลงานที่ทำให้คนไทยรู้จักแต้วในวงกว้างมากขึ้นอย่างชัดเจน ก็คงเป็น “นาคี” ค่ะ ส่วนหมุดหมายสำหรับตัวแต้วเองคือ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ เพราะทำให้ได้ลองบทบาทใหม่ ๆ เสียงตอบรับจากผู้ชมในช่วงนั้นดีมาก มีทั้งความคิดเห็นดี ๆ และกำลังใจส่งมาให้ตลอด ทำให้รู้สึกได้รับการเติมเต็มในฐานะนักแสดงค่ะ
Taew Natapohn女士:如果说哪部作品让更多泰国观众认识我,最明显的应该是《三面娜迦》。但对我个人而言,《名门绅士之缘定芳林》也是很重要的里程碑,因为它让我有机会尝试新的角色。那段时间,观众的反馈特别好,不断有正面的评价和鼓励传来。作为演员,我从中获得了很大的满足感。
ManGu:ในบรรดาตัวละครที่เคยเล่น ใครใกล้เคียงกับตัวตนของคุณมากที่สุดคะ?
ManGu:在你饰演过的角色中,谁最接近真实的你?
Taew Natapohn:คิดว่าเป็น “สร้อยฟ้า” จาก «คุณชายรัชชานนท์» ค่ะ เธอเป็นคนมุ่งมั่นและตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ชอบความสนุก และยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว เลยรู้สึกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับแต้วค่ะ
Taew Natapohn女士:我觉得是《名门绅士之缘定芳林》里的Soifah。她很坚定,做事认真,同时又喜欢快乐、有趣的事,内心保留着孩子般的一面。所以,我觉得她和我比较接近。
ManGu: “นาคี”ทำให้ภาพของคุณผูกพันกับพญานาคอย่างมาก คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้คะ?
ManGu:《三面娜迦》让你的形象与娜迦紧密联系在一起,你怎样看待这份关联?
Taew Natapohn: นาคีเป็นผลงานที่ทำให้แต้วผูกพันกับบทเจ้าแม่นาคีมากค่ะ เริ่มจากละครและต่อยอดมาเป็นภาพยนตร์นาคี ๒ จนถึง นาคี 3 ครุฑา นาคี ซึ่งแต่ละภาคก็มีวิธีเล่าเรื่องและมุมมองของตัวละครที่แตกต่างกัน สำหรับภาคใหม่แต้วได้กลับมาถ่ายทอดบทเจ้าแม่นาคีในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นค่ะ
Taew Natapohn女士:《娜迦》系列对我来说是一部很有意义的作品,也让我和娜迦女神这个角色建立了很深的情感联系。从电视剧到电影《娜迦2》,再到《娜迦3》,每一部作品都有不同的叙事方式,也让观众从不同的角度认识这个角色。这一次,我再次饰演娜迦女神,希望能从一个新的层面去诠释她。对我来说,这是一次很新鲜、也很令人期待的挑战。
ManGu:เพื่อรับบทใน “นาคี” คุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ?
ManGu:为了出演《三面娜迦》,你做了哪些准备?
Taew Natapohn:เตรียมตัวค่อนข้างมากค่ะ โดยเฉพาะภาษา เพราะต้องพูดภาษาอีสานตลอดทั้งเรื่อง ส่วนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตก็ได้เรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อป และการทำงานร่วมกับนักแสดงคนอื่น ๆ โชคดีที่มีทั้งนักแสดงและทีมงานที่เป็นคนอีสานจริง ๆ เราไม่ได้เกิดที่นั่น จึงไม่ได้เข้าใจตั้งแต่แรกว่าความเชื่อและศรัทธามีพลังมากแค่ไหน การได้ฟังเรื่องราวจากคนในพื้นที่ช่วยให้เข้าใจ และสร้างความเชื่อให้กับตัวละครได้มากขึ้นค่ะ
做了不少准备,尤其是语言,因为整部剧都需要说泰国东北部的方言。当地的文化与生活方式,则通过表演工作坊,以及与其他演员一起工作来逐渐了解。幸运的是,演员和工作人员中都有真正来自东北地区的人。我并不是在那里出生的,起初也不了解当地信仰有多深厚。听他们讲述自己的经历,帮助我更好地理解这些文化,也让我能够建立起角色内心的信念。
ManGu:ระหว่างถ่ายทำ มีเหตุการณ์อะไรที่ยังจำได้ชัดเจนไหมคะ?
ManGu:拍摄期间,有没有至今仍让你记忆深刻的经历?
Taew Natapohn:มีครั้งหนึ่งไปถ่ายในถ้ำ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่อุทัยธานีค่ะ ระหว่างถ่ายมีงูสีขาวตัวใหญ่ออกมาจริง ๆ ตัวใหญ่ประมาณแขน เราไม่เคยเห็นงูสีขาวมาก่อน ทุกคนตกใจมาก มันไม่กลัวคนเลย ทั้งที่มีคนเยอะ มีไฟและอุปกรณ์ถ่ายทำ ทุกคนเลยพูดกันว่า มันอาจจะมาดูว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ค่ะ โดยรวมการถ่ายทำราบรื่น แต่ใช้แรงกันมาก โดยเฉพาะการขึ้นไปถ่ายในถ้ำ ถึงขั้นต้องยกห้องน้ำเคลื่อนที่ขึ้นไป เพราะใช้เวลาอยู่ตรงนั้นนานมากค่ะ
Taew Natapohn女士:有一次在洞穴里拍摄,如果没有记错,应该是在乌泰他尼府。拍摄过程中,真的出现了一条很大的白蛇,身体大概有手臂那么粗。我以前没有见过白蛇,大家都很吃惊。现场有很多人,还有灯光和设备,但它一点也不怕。大家便说,它可能是来看看我们在做什么。整体拍摄很顺利,但体力消耗也很大。尤其是在洞穴拍摄时,因为要在那里待很长时间,甚至需要把移动厕所搬上去。
ManGu:เวลารับบทใหม่ คุณเตรียมตัวและเข้าสู่อารมณ์ของตัวละครอย่างไรคะ?
ManGu:接到新角色时,你通常怎样准备,并进入角色的情绪?
Taew Natapohn:ทุกตัวละครมีความยากต่างกัน เพราะเขาไม่ใช่ตัวเรา เราต้องสร้างเขาขึ้นมาจากความเข้าใจของเราเองค่ะ ตลอดช่วงถ่ายทำ ความคิดของตัวละครจะยังอยู่กับเรา สำหรับแต่ละฉาก ต้องดูว่ามีความเข้มข้นมากแค่ไหน ถ้าเป็นฉากที่หนักมาก อาจเริ่มเตรียมอารมณ์ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไปกอง เราต้องคิดว่าก่อนมาถึงฉากนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง แบกอะไรอยู่ และสิ่งที่เขาต้องการมีความเร่งด่วนมากแค่ไหนค่ะ
Taew Natapohn女士:每个角色都有不同的难度,因为他们不是我自己,我需要通过自己的理解,把他们塑造出来。在整个拍摄期间,角色的思绪也会一直留在我心里。具体到每一场戏,则要看情绪的强度。如果是一场情绪特别重的戏,我可能在坐车去片场之前,就开始准备。我会想:走到这一刻之前,角色经历了什么?背负着什么?又有多迫切地想得到某样东西?
ManGu:หลังเลิกถ่าย คุณสามารถปล่อยอารมณ์ของตัวละครออกไปได้ทันทีไหมคะ?
ManGu:拍摄结束后,你能马上放下角色的情绪吗?
Taew Natapohn:ไม่ได้ทันทีเสมอไปค่ะ แต่ไม่ได้ถึงขั้นพูดคุยหรือใช้ชีวิตเป็นตัวละครนั้น ถ้าเล่นตัวละครที่มีความกดดันมาก อารมณ์บางอย่างอาจยังอยู่กับเรา และต้องใช้เวลาค่อย ๆ ปล่อยออกไป
บางครั้งเราไม่ได้สังเกตตัวเอง แต่คนรอบข้างจะบอกว่าช่วงนั้นดูเศร้า หรือดูไม่สดใสเหมือนปกติค่ะ
Taew Natapohn女士:不一定能马上放下,但也不会连说话和生活都变成那个角色。如果角色承受了很大的压力,有些情绪可能会留下来,需要一点时间慢慢释放。有时我自己没有察觉,反而是身边的人提醒我,说我那段时间看起来有些难过,没有平时那么有精神。

ManGu: หลังทำงานมาเกือบ 20 ปี ช่วงไหนที่รู้สึกว่าต้องต่อสู้กับตัวเองมากที่สุดคะ?
ManGu:工作近二十年,哪段时期让你觉得最需要与自己抗衡?
Taew Natapohn:น่าจะเป็นช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ที่รู้สึกว่าใช้ร่างกายไปเยอะมากจนเริ่มมีปัญหาสุขภาพค่ะ สำหรับนักแสดง เราต้องมีสุขภาพที่ดีก่อนจึงจะทำงานได้เต็มที่ แต่พอมีปัญหาแล้ว ตารางงานก็ยังต้องดำเนินต่อ ช่วงนั้นจึงต้องใช้ความพยายามในการปรับตัวค่อนข้างมากค่ะ
Taew Natapohn女士:应该是过去两三年。我感觉长期忙碌对身体有所消耗,也开始出现一些健康问题。对演员来说,首先要有良好的身体状态,才能充分投入工作。但身体出现问题时,既定的工作安排仍然要继续,所以那段时间,我花了很多力气调整自己。
ManGu:ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้คุณเปลี่ยนวิธีจัดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตอย่างไรคะ?
ManGu:这些经历,怎样改变了你平衡工作与生活的方式?
Taew Natapohn:ตอนนี้เป็นช่วงที่มีเวลาส่วนตัวมากที่สุดค่ะ ตั้งแต่ช่วงโควิดก็เริ่มเห็นคุณค่าของการให้เวลากับตัวเองมากขึ้น แต่ยังเป็นคนชอบทำงาน แม้เป็นวันพักก็ยังอยากมีงานอยู่ในตารางสักนิด จึงต้องคอยเตือนตัวเองให้พัก เพราะเคยชินกับการเรียนหรือทำงานตลอดเวลา และเริ่มเข้าใจแล้วว่าการไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างเลยไม่ดีต่อสุขภาพ การพักช่วยให้กลับมาทำงานได้เต็มศักยภาพมากขึ้นค่ะ
Taew Natapohn女士:现在是我拥有个人时间最多的阶段。从疫情期间开始,我越来越重视给自己留时间。但我依然喜欢工作,即使是休息日,也会想在日程里安排一些事情。所以,我必须不断提醒自己休息,因为我早已习惯了不是学习,就是工作。我开始明白,如果完全不让自己停下来,其实并不健康。适当休息,反而能让我以更好的状态投入工作。
ManGu:นอกจากการแสดง คุณยังกลับมาทำงานด้านการออกแบบด้วย จุดเริ่มต้นเป็นอย่างไรคะ?
ManGu:除了表演,你也重新投入了设计工作,这是怎样开始的?
Taew Natapohn: เริ่มจากการออกแบบชุดออกกำลังกายเมื่อประมาณสิบปีก่อนค่ะ เป็นโปรเจกต์ที่มาจากความชอบส่วนตัว ตอนนั้นอยากทำอะไรเกี่ยวกับการออกแบบ แต่ไม่อยากเริ่มจากโจทย์ที่กว้างจนไม่รู้จะทำอะไร ชุดออกกำลังกายมีโจทย์ชัดเจน เช่น เนื้อผ้าต้องรองรับการเคลื่อนไหวและมีความยืดหยุ่น เลยเข้าไปคุยกับแบรนด์ว่าอยากร่วมออกแบบ แต้วชอบกระบวนการคิดว่าจะเล่าอะไร มีอะไรใหม่ในคอลเลกชัน และทำให้เกิดขึ้นจริง จึงทำงานด้านนี้ต่อเนื่องมาค่ะ
大约十年前,我从设计运动服开始,那是一个源于个人兴趣的项目。当时想做一些与设计有关的事情,但不希望面对一个太宽泛、完全不知道从哪里开始的题目。运动服的要求很明确,比如面料需要适应身体运动,也要有弹性。所以,我主动联系品牌,提出参与设计。我很喜欢整个过程:从思考一季作品想表达什么、有哪些新意,到最后把想法变成实物。因此,我一直持续参与。
ManGu:ส่วนธุรกิจร้านอาหารเริ่มต้นจากอะไรคะ?
ManGu:餐饮事业又是怎样开始的?
Taew Natapohn: เริ่มจากช่วงถ่าย «นาคี» ที่ต้องเดินทางไปอีสานบ่อย ๆ ค่ะ เราได้ไปเจอร้านอาหารเวียดนามที่อุดรธานี และรู้สึกว่าต่างจากอาหารเวียดนามที่คุ้นเคย เพราะมีรสชาติแบบไทยและอีสานอยู่ด้วย พอได้ศึกษาก็ทราบว่ามีชุมชนชาวเวียดนามที่ย้ายมาอยู่ที่อุดรธานี และนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรับใช้ เราประทับใจมื้อนั้นมาก จึงเริ่มคุยกับเจ้าของร้านว่าอยากนำอาหารแบบนี้มาเปิดที่กรุงเทพฯ สุดท้ายก็ได้มาเป็นพาร์ตเนอร์กันค่ะ
Taew Natapohn女士:是在拍摄《三面娜迦》期间。那时经常去泰国东北部,在乌隆他尼遇到了一家越南餐厅。我觉得那里的食物与自己熟悉的越南菜很不一样,融合了泰国和东北地区的味道。后来了解才知道,当地有从越南迁居而来的社群,他们运用当地食材,逐渐形成了具有地方特色的饮食。那顿饭让我印象特别深,于是我和原来的经营者讨论,希望把这样的食物带到曼谷,最后成为了合作伙伴。
ManGu:คุณอยากให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบไหนจากร้านคะ?
ManGu:你希望顾客在餐厅里获得怎样的体验?
Taew Natapohn:อยากให้ได้กินอาหารที่รู้สึกสบาย แต่ยังมีรสชาติค่ะ อย่างข้าวเปียกเส้น เป็นซุปที่กินแล้วสบายท้อง และมีความแซ่บแบบอีสานอยู่ด้วย ร้านเดิมมีบรรยากาศที่ทำให้อยากนั่ง เราจึงอยากนำความรู้สึกนั้นมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้คนมีพื้นที่นั่งกินอาหารอร่อย ๆ อย่างสบาย ๆ ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบค่ะ
Taew Natapohn女士:希望大家吃到让人感觉舒服,同时又有鲜明风味的食物。比如ข้าวเปียกเส้น这种汤粉,吃起来很舒服,也带有泰国东北地区的辛香滋味。原来的餐厅有一种让人愿意坐下来的氛围,我们希望把这种感觉带到曼谷,让人们在忙碌的城市生活中,也能找到一个轻松享用美食的地方。
ManGu:คุณรักษาเอกลักษณ์เดิมของร้าน และปรับให้เข้ากับลูกค้าในกรุงเทพฯ อย่างไรคะ?
ManGu:怎样保留餐厅原有的特色,同时适应曼谷顾客的需求?
Taew Natapohn:เราเคารพเอกลักษณ์เดิมมากค่ะ เพราะแบรนด์มีประวัติมากว่า 40 ปีแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนแก่นของสินค้า แต่ปรับเรื่องรูปแบบการเสิร์ฟ ความพรีเมียม และความสะดวกให้เหมาะกับลูกค้าในกรุงเทพฯ มากขึ้น เรายังต่อยอดเป็นแบรนด์แซนด์วิชเวียดนามสำหรับเดลิเวอรี เพราะอาหารประเภทซุปหรืออาหารที่ต้องนั่งกินในร้านอาจไม่ตอบโจทย์คนที่รีบ จึงอยากให้มีตัวเลือกที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นค่ะ
我们非常尊重品牌原有的特色,因为它已经有四十多年的历史。我不希望改变产品的核心,而是调整上餐方式、品质感和便利性,让它更适合曼谷的顾客。我们也延伸出越南三明治外送品牌。汤类或需要坐在店里享用的餐食,不一定适合赶时间的人,所以希望提供更方便、更快捷的选择。
ManGu:ในการทำธุรกิจ คุณมีบทบาทอย่างไร และนิยามความสำเร็จไว้แบบไหนคะ?
ManGu:在经营中,你主要承担什么角色?又怎样定义成功?
Taew Natapohn:สามีทำงานด้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจบริการอยู่แล้ว จึงช่วยเรื่องคนและตัวเลขได้มาก ส่วนแต้วมีบทบาทด้านไอเดียและคอนเซปต์ โดยลองคิดจากมุมลูกค้าว่า ถ้าเราเป็นคนมาร้าน เราอยากได้อะไรค่ะ สำหรับความสำเร็จ ถ้าเรายังชอบสิ่งที่ทำ และยังอยากชวนคนอื่นมากินจากใจจริง แต้วก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนในแง่ตัวเลขก็โอเค แต่ธุรกิจร้านอาหารต้องใช้เวลา และต้องทำให้อยู่ได้นานค่ะ
Taew Natapohn女士:我丈夫本来就在餐饮和服务行业工作,所以在人事与经营数字方面能给予很大支持。我主要参与创意和概念,会从顾客的角度思考:如果是我来到这家餐厅,我希望得到什么?对我来说,如果仍然喜欢自己正在做的事,也仍然真心想邀请别人来吃,就已经是一种成功。从经营数字来看,目前也还不错。但餐厅需要时间积累,更重要的是能够长期经营下去。
ManGu:เมื่อพูดถึงสามี อยากให้เล่าหน่อยค่ะว่าคุณสองคนรู้จักกันได้อย่างไร?
ManGu:说到丈夫,可以分享一下你们是怎样认识的吗?
Taew Natapohn:รู้จักกันช่วงโควิดค่ะ มีเพื่อนของเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน พอได้พูดคุยก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เราปรึกษาได้หลายเรื่อง เป็นเหมือนเมนทอร์ และมองเห็นบางอย่างที่เรามองข้ามไป ทำให้รู้สึกเคารพและประทับใจในมุมมองของเขาค่ะตั้งแต่รู้จักกันจนถึงตอนนี้ประมาณห้าปี และเราแต่งงานกันในปี 2025 ค่ะ
Taew Natapohn女士:我们是在疫情期间,通过朋友的朋友介绍认识的。聊过之后,我觉得他是一个能让我请教很多事情的人,像一位引导者,能够看见一些被我忽略的事情。我很尊重他,也很欣赏他看事情的角度。从认识到现在,大约五年了。我们在2025年结婚。
ManGu:หลังแต่งงาน ความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ?
ManGu:结婚之后,你们的关系与生活发生了哪些变化?
Taew Natapohn:เรายังเรียนรู้กันทุกวันค่ะ ได้เห็นอีกฝ่ายในมุมใหม่ ๆ และรู้สึกว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เราพูดคุยและเปิดใจกันได้มากขึ้น ตอนนี้รู้สึกว่าเขาเป็นบ้านของเราจริง ๆ เวลาเรามีปัญหาหรืออยากปรึกษาอะไร ก็รู้ว่ามีเขาอยู่ตรงนั้น ไลฟ์สไตล์ก็เปลี่ยน เพราะไม่ได้คิดแค่เรื่องตัวเอง แต่ต้องหาจังหวะที่ไปด้วยกันได้ทั้งงานและชีวิต โชคดีที่เราให้คุณค่ากับหลายอย่างเหมือนกัน ชอบกินและชอบออกกำลังกายเหมือนกันค่ะ
Taew Natapohn女士:我们每天都在继续了解彼此,也会看到对方新的一面。我觉得这些变化都朝着更好的方向发展。我们聊得更多,也能更坦诚地交流。现在,他真的像我的“家”。遇到问题或想找人商量时,我知道他会在那里。生活方式也有所改变,因为不能只考虑自己,而是要在工作和生活中找到两个人共同的节奏。幸运的是,我们重视的很多东西都很相似,也都喜欢美食和运动。
ManGu:มีกิจกรรมอะไรที่ชอบทำด้วยกันเป็นพิเศษคะ?
ManGu:你们特别喜欢一起做些什么?
Taew Natapohn: มีทั้งออกกำลังกายและท่องเที่ยวค่ะ อย่างเทนนิส เขาเล่นเป็นอยู่แล้ว แต่พอแต้วเริ่มเรียน เขาก็มาเรียนด้วยกัน ส่วนกอล์ฟ เขาชวนให้ลองโดยไม่ได้กดดันมาก แม้เราจะกดดันตัวเองอยู่บ้าง แต่ก็สนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เราชอบเดินทางไปเห็นอะไรใหม่ ๆ และพบเจอผู้คนด้วยค่ะ
Taew Natapohn女士:运动和旅行。比如网球,他本来就会打,但当我开始学习时,他也陪我一起上课。高尔夫也是他鼓励我尝试的,并不会给我太大压力。虽然我自己还是会有些紧张,但学习新事物很有趣。我们也喜欢旅行,去看新的事物,认识不同的人。

ManGu:หลายคนรู้สึกว่าคุณแทบไม่เปลี่ยนไปจากช่วงแรกที่เข้าวงการ คุณให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างไรคะ?
ManGu:很多人觉得,你与刚出道时相比变化不大。你最重视哪些方面的自我照顾?
Taew Natapohn:การดูแลผิวเป็นพื้นฐานค่ะ แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญมากกว่านั้นคือสุขภาพกายและสุขภาพใจ เราต้องยอมรับว่าร่างกายเปลี่ยนไปตามวัย และอาจไม่ได้มีพลังเหมือนตอนเด็ก ๆ จึงพยายามเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะแต้วเป็นคนดื่มน้ำน้อย ใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน และทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่ายขึ้นค่ะ
Taew Natapohn女士:护肤是基本功,但我更重视身体和心理的健康。我们需要接受身体会随着年龄变化,精力也可能不再像年少时那么充沛。所以,我努力从简单的事情做起,比如提醒自己喝足够的水,因为我平时很容易喝水太少。多留意日常生活中的小事,让照顾自己变得更容易。
ManGu:คุณมีกฎเคร่งครัดเรื่องอาหารและการออกกำลังกายไหมคะ?
ManGu:你对饮食和运动有严格的要求吗?
Taew Natapohn:เรื่องอาหารไม่ค่อยมีค่ะ อะไรอร่อยก็อยากลอง ไม่ได้มีอะไรที่ห้ามตัวเองแตะเลย เพียงแต่พยายามจำกัดปริมาณบ้าง เมื่อก่อนเคยออกกำลังกายทุกวันตอนตีห้าหรือตีห้าครึ่งก่อนเข้ากอง ชอบความรู้สึกที่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเอง แต่พอลองทำไปมาก ๆ ก็ได้เรียนรู้ว่าบางครั้งควรนอนให้พอก่อน เราต้องค่อย ๆ ปรับให้เหมาะกับร่างกายค่ะ
Taew Natapohn女士:饮食方面没有太多限制,好吃的东西都愿意尝试,没有哪一种食物是完全禁止自己碰的,只是会尽量控制分量。以前我曾每天清晨五点或五点半运动,再去片场。我喜欢在工作前先为自己做一点事情的感觉。但尝试之后,也逐渐明白,有时候应该先保证睡眠,再慢慢调整到适合自己身体的状态。
ManGu:ตอนนี้กิจวัตรประจำวันและตารางออกกำลังกายเป็นอย่างไรคะ?
ManGu:现在的日常生活与运动安排是怎样的?
Taew Natapohn:ปกติตื่นประมาณตีห้าครึ่งค่ะ ชอบดื่มกาแฟดำ ถ้ามีเวลาก็อ่านหนังสือสักหนึ่งบท หรือสามสี่หน้าก็ยังดี บางครั้งมาสก์หน้าตอนเช้าด้วย ไปยิมประมาณสองวันต่อสัปดาห์ และอาจทำคาร์ดิโอที่บ้านอีกสองสามวัน แต่ต้องดูว่านอนพอไหม ถ้านอนไม่พอก็อาจอ่านหนังสือแทน ออกกำลังกายครั้งละประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง จากนั้นอาบน้ำ แต่งตัว และไปทำงาน กลับบ้านแล้วชอบกินข้าวที่บ้าน ดูซีรีส์นิดหน่อย และพยายามนอนไม่เกินห้าทุ่มค่ะ
Taew Natapohn女士:一般大约五点半起床,喜欢喝黑咖啡。有时间就读一章书,哪怕只读三四页也很好,有时早上还会敷面膜。每周大约有两天去健身房,也可能再安排两三天在家做有氧运动,但要看有没有睡够。如果睡眠不足,可能就选择读书。每次运动大约半小时到一小时。之后洗澡、换衣服、去工作。回家后,我喜欢在家吃饭,看一会儿剧,尽量在晚上十一点之前睡觉。
ManGu:นอกจากการอ่านหนังสือ มีงานอดิเรกอะไรที่ช่วยให้คุณจัดระเบียบชีวิตไหมคะ?
ManGu:除了读书,还有哪些爱好能帮助你调整生活?
Taew Natapohn:ชอบเขียนและจัดการชีวิตตัวเองค่ะ เวลาเราจดจ่อกับอะไร บางครั้งจะลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลยมีสมุดไว้จดสิ่งที่นึกขึ้นได้ หรือเรื่องที่ต้องจัดการ ทั้งรายการสิ่งที่ต้องทำและตารางต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ลืมค่ะ
Taew Natapohn女士:我喜欢写东西,也喜欢整理自己的生活。专注做一件事时,有时会忽略一些细节,所以我会准备一本笔记本,把想到的事情、需要处理的事情,以及待办事项和日程记下来,避免忘记。
ManGu: 回到您的最新作品《死亡幻像》(Delusion),这次与Netflix合作的剧集,与您过去出演的泰国电视剧相比,有哪些不同,又带来了哪些新的挑战?
ManGu: กลับมาที่ผลงานล่าสุดอย่างซีรีส์เรื่อง ภาพลวงตาย (Delusion) ครั้งนี้ที่ได้ร่วมงานกับ Netflix เมื่อเทียบกับละครโทรทัศน์ที่แต้วเคยแสดงมา มีความแตกต่างอย่างไรบ้างคะ และมีความท้าทายใหม่ ๆ อะไรบ้าง?
Taew Natapohn: 对我来说,两者最大的区别在于作品的形式和叙事方式。《死亡幻像》的叙事节奏更加紧凑,也能呈现更多生活层面的议题。相比之下,很多传统电视剧会将爱情和浪漫作为重要的内容,当然也不是所有作品都如此。
在表演方面,这次我需要更贴近真实的人物和现实生活,很多时候还要通过角色没有说出口的话来传递情绪,因此需要采用不同的表演方式。当然,我过去出演的电视剧也各有其独特的魅力和挑战。
Taew Natapohn:สำหรับแต้ว ความแตกต่างหลัก ๆ อยู่ที่รูปแบบและวิธีการเล่าเรื่องค่ะ ภาพลวงตาย มีจังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับกว่า และสามารถนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ในชีวิตได้หลากหลายมากขึ้นค่ะ ขณะที่ละครโทรทัศน์หลายเรื่องมักให้ความสำคัญกับเรื่องความรักหรือความโรแมนติกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องนะคะ
ในแง่ของการแสดง ครั้งนี้แต้วรู้สึกว่าต้องถ่ายทอดตัวละครให้ใกล้เคียงกับคนจริง ๆ และชีวิตจริงมากขึ้น หลายครั้งต้องสื่อสารความรู้สึกผ่านสิ่งที่ตัวละครไม่ได้พูดออกมา จึงต้องใช้วิธีการแสดงที่แตกต่างออกไปค่ะ อย่างไรก็ตาม ละครโทรทัศน์ที่แต้วเคยแสดงมาก็มีเสน่ห์และความท้าทายเฉพาะตัวเช่นกันค่ะ
ManGu:สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงผู้ชมชาวจีนที่ติดตามคุณอยู่คะ?
ManGu:最后,有什么话想对一直关注你的中国观众说?
Taew Natapohn:แต้วอยากฝากผลงานล่าสุดอย่างซีรีส์เรื่อง ภาพลวงตาย ค่ะ แม้จะเป็นผลงานใหม่ล่าสุด แต่ก็เป็นซีรีส์เรื่องแรกของแต้ว เพราะก่อนหน้านี้แต้วแสดงละครโทรทัศน์มาโดยตลอด การได้เรียนรู้และทำความเข้าใจวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ทำให้แต้วเข้าใจความผูกพันระหว่างวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความศรัทธาของผู้คนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้ ผลงานเรื่องนี้ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงความสัมพันธ์ที่เรามีกับตัวเองด้วย อยากให้ทุกคนติดตามกันนะคะ
แต้วอยากขอบคุณผู้ชมชาวจีนที่ติดตามและให้กำลังใจแต้วมาโดยตลอดค่ะ ตอนอายุ 17 ปี แต้วเคยมีโอกาสไปทำงานที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีและยังคงอยู่ในใจแต้วจนถึงทุกวันนี้ ดีใจมากค่ะที่ผ่านมาหลายปีแล้ว ผลงานของแต้วก็ยังมีโอกาสได้ส่งต่อไปถึงผู้ชมชาวจีน
สำหรับ ภาพลวงตาย ซึ่งเป็นผลงานล่าสุด แต้วก็ตั้งใจและทุ่มเทกับผลงานเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ หวังว่าจะมีโอกาสได้แบ่งปันผลงานเรื่องนี้กับผู้ชมชาวจีน และหวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสกลับไปทำงานที่ประเทศจีนอีกครั้ง รวมถึงได้พบกับทุกคนด้วยนะคะ
Taew Natapohn女士:我想向大家推荐我的最新作品《死亡幻像》(Delusion)。虽然这是我最近的新作品,但也是我第一次出演这类剧集,因为此前我一直以传统电视剧为主。通过这部作品,我有机会深入了解当地人的生活,也更加理解生活方式、文化与信仰之间的紧密联系。同时,这部作品也呈现了家庭成员之间的关系,以及我们与自己之间的关系。希望大家能够关注这部作品!
另外,我也想感谢一直以来关注我、支持我的中国观众。17岁时,我就曾到中国工作,那段经历至今仍是我记忆中非常美好的一部分。很开心这么多年过去了,我的作品依然有机会与中国观众见面。这次的《死亡幻像》,我也投入了很多心血,希望未来有机会把这部作品分享给中国观众。同时,我也期待有一天能够再次到中国工作,与大家见面!
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
